Untitled Document
วันจันทร์ที่ 21 เมษายน 2557

การเป็นทหารอาชีพ

ทุกวันนี้ ถ้าใครก็ตามพูดถึงคำว่าทหาร สิ่งแรกที่เราจะนึกถึงกันคือ คำว่า ทหารอาชีพ เมื่อผมลองนึกย้อนกลับไปก่อนในสมัยที่ผมยังเป็นเด็ก ๆ ก่อนที่ผมจะเป็นทหาร เลยมาจนกระทั้งเป็นนักเรียนนายร้อย และจบมารับราชการ คำว่าทหารอาชีพ เป็นคำที่เราไม่ค่อยได้กล่าวถึงกันมากนัก ที่ว่าไม่ค่อยกล่าวถึงกันมากนัก ไม่ใช้เพราะว่าโรงเรียนนายร้อย จปร. ไม่ได้สอน หรือให้ความสำคัญกับการเป็นทหารอาชีพ แต่เป็นเพราะว่า เราทุกคนในสมัยนั้นมีความรู้สึกว่า ทหารอาชีพ นั้นเป็นเป็นส่วนหนึ่ง หรือเป็นเนื้อเดียวกับการที่เรามีอาชีพรับราชการทหาร

           แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นมาหลายปี คำว่า อาชีพทหาร กับทหารอาชีพ นั้นกลับมีความหมายที่แยกห่างจากกันออกมาทุกที จนปัจจุบันนี้ กลับกลายเป็นว่า คนที่มีอาชีพเป็นทหารนั้นไม่ได้เป็นทหารอาชีพกันทุกคน และยังมีคำว่า ทหารมาเฟีย ทหารธุรกิจ ทหารหัวคิว ทหารนายหน้า ทหารคุมบ่อน ฯลฯ เกิดตามขึ้นมาอีกมากมาย

           ผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านอาจจะสงสัยขึ้นมากันบ้างว่า คำว่าทหารอาชีพ ควรที่จะหมายถึงอะไร อย่างไรเราถึงจะประเมินว่าทหารคนนี้ เป็นทหารอาชีพ ทหารคนนั้นเป็นทหารมาเฟีย หรือ ทหารคนนั้นเป็นแค่คนแต่งเครื่องแบบทหาร เรื่องนี้ผมเคยคุยกับ เพื่อน ๆ ที่เป็นทั้งทหาร และไม่ใช่ทหาร ก็มักจะได้คำตอบที่แตกต่างกันไป อย่างคำถามที่ผมไปถามเพื่อนคนหนึ่งว่า

“ทหารอาชีพนั้นต้องเป็นยังไง”

“ต้องจนเป็นอย่างแรกเลย เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ถ้าจนเนี่ยทหารอาชีพของแท้”

           นี่คือคำตอบที่เพื่อนผมคนหนึ่งตอบผมมา ก็เป็นคำตอบที่ทำให้ผมนั่งนึกตามไปว่า สงสัยจะจริง อย่างที่เพื่อนผมคนนั้นตอบมา เพราะ เวลาที่เรามองภาพ ของทหารสักคน เราจะดูว่าเขาจนหรือเปล่าเป็นอย่างแรก ถ้าทหารคนไหนจน เราจะชื่นชม แต่ถ้าเราเห็นทหารคนไหนมี ฐานะร่ำรวย เราจะเกิดความรู้สึกคลางแคลงใจ ว่าทหารคนนั้นไปทำอะไรมา ถึงร่ำรวย

           เรื่องร่ำรวยนั้น เป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ อย่างเพื่อนผมบางคน สมัยเป็นนักเรียนนายร้อย ขับรถสปอร์ต Porsche หรือบางคน ขับรถเบ็นซ์ ตอนสมัยเขาเป็นนักเรียน เขาจะถูกตราหน้าว่าไม่ใช่ทหารอาชีพ ตั้งแต่เป็นนักเรียนนายร้อยกระนั้นหรือ นอกจากนี้ ก็ยังมีบางคนที่มีฐานะธรรมดา แต่บุญหล่นทับดันไปแต่งงานกับสาวเจ้าที่มีฐานะร่ำรวย เลยได้ยกระดับเป็นคนที่มีฐานะดีไป

           ผมเลยคิดว่าคงจะไม่เป็นธรรมนัก สำหรับคนที่มีฐานะร่ำรวย แล้วถูกสังคมตราหน้า ว่าทหารที่มีฐานะเหล่านี้ ไม่ได้เป็นทหารอาชีพ ที่ผมกล่าวถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ใช่เป็นเพราะผมไปรับค่าโฆษณาจากใครมา แต่อยากจะให้เรา ๆ ท่าน ๆ นั้นให้โอกาส ทหารที่เขามีฐานะร่ำรวย โดยไม่ได้โกงกินแต่ประการใด
           เมื่อคำว่า จน ไม่ได้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ทหารคนนี้เป็นทหารอาชีพ ทหารคนนั้นเป็นแค่มีอาชีพทหาร ด้วยความที่ผมอยากรู้ว่าแล้วทหารอาชีพล่ะจะต้องเป็นอย่างไร ผมจึงมีหน้าที่ติดตามหาคำตอบต่อไป ว่าทำอย่างไรเราถึงจะถูกเรียกว่าทหารอาชีพ เพราะผมเองคงจะรู้สึกดี ๆ เมื่อมีคนมาบอกว่าผมเป็นทหารอาชีพ แต่ผมถ้าผมไม่สามารถที่จะตอบใครได้ ทหารอาชีพนั้นเป็นอย่างไร แล้วผมจะรู้สึกดี ๆ ไปทำไมใช่มั้ยครับ ผมเลยใช้คำถามเดิม ไปถามเพื่อนอีกคนหนึ่งว่าทหารอาชีพเป็นอย่างไร คำตอบที่ได้รับ คือ
 

“คนที่ไม่ทำอะไรอย่างอื่น นอกจากเป็นทหารน่ะสิ”


           ในใจของผมตอนนั้นคิดว่า อืม.... เพื่อนคนนี้ตอบเข้าท่าดีนะ แต่พอมานึกอีกทีว่า ถ้าทหารคนหนึ่ง ใช้เวลานอกราชการ ไปประกอบอาชีพที่สุจริต เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว อย่างนี้เขาก็กลายเป็นคนที่ถูกตราหน้าว่าไม่ได้ทหารอาชีพ เช่น บางคนใช้เวลานอกราชการไปขับรถแท็กซี่ สอนหนังสือ หรือ เขียนบทความ (อย่างที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้) จะกลายเป็นว่า เขาเหล่านั้นไม่ได้เป็นทหารอาชีพน่ะสิครับ

           สุดท้ายผมเลยต้องพึ่งตำรา เพราะว่าเราคงจะต้องหากรอบอ้างอิงในการที่จะคิด จากการไปค้นคว้าพบว่ามีคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับทหารอาชีพในภาษาอังกฤษนั้นจะมีการใช้คำศัพท์อยู่สองคำ คือคำว่า Profession of Arms ซึ่งสามารถแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ความเป็นมืออาชีพของผู้ที่ถืออาวุธ” หรืออาจจะเรียกได้ว่า ทหารมืออาชีพ หรือ ทหารอาชีพ และอีกคำหนึ่งว่า Military Professionalism สามารถถอดความเป็นไทยได้ว่า ความเป็นทหารอาชีพ

           การที่จะเป็นทหารอาชีพตามแนวความคิดของชาวตะวันตกได้นั้น แซมมวล พี ฮันทิงตัน ซึ่งเป็นนักรัฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียง ได้กล่าวไว้ในหนังสือ Solider and The State: The Theory and Politics of Civil-Military Relations ว่าแนวคิดของการเป็นทหารอาชีพนั้นจะต้องประกอบไปด้วย 3 สิ่งคือ

           (1) ความเชี่ยวชาญ (Expertise) โดย ฮันทิงตันมองว่าทหารจะต้องมีความชำนาญทั้งทางด้านทฤษฏี คือ หลักการ/กรอบแนวคิดทางทหาร และด้านปฏิบัติ คือ ความชำนาญการในการปฏิบัติการทางทหารตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทหารอาชีพจะต้องมีความสามารถในเรื่องที่ทำอยู่ในระดับมาตรฐานที่ต้องการ
           (2) ความรับผิดชอบ (Responsiveness) ทหารอาชีพจะต้องมีความรับผิดชอบในภารกิจหน้าที่ที่ได้รับมอบ ไม่ว่าภารกิจหรือหน้าที่นั้นจะอยู่บนความเสี่ยงหรือต้องนำชีวิตเข้าแลก รับผิดชอบต่อสังคม ทำงานด้วยความประณีต และชำนาญ โดยค่าตอบแทนไม่ใช่ความมุ่งหมายหลัก
           (3) การให้ความร่วมมือและรักหมู่คณะ (Corporateness) ทหารอาชีพจะต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยของตนเองด้วยความจริงใจ กระทำด้วยความทุ่มเท โดยใช้ความพยายามเต็มความสามารถทั้งร่างกายและจิตใจ

           นอกเหนือจากองค์ประกอบที่ทหารอาชีพจะต้องมีของ ฮันทิงตัน แล้ว เอกสารประกอบคำบรรยาย โรงเรียนเสนาธิการทหารบก (รร.เสธ.ทบ.) เรื่อง บทบาท และอุดมการณ์ของทหารอาชีพ ของ พล.ท.บุญเยี่ยม สาริมาน ได้กล่าวไว้ว่า การเป็นทหารอาชีพ หมายถึง การเป็นผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญในวิชาชีพของทหาร พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ และมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนกระทำหรือมิได้กระทำ ทหารอาชีพ ต้องมีหลักความประพฤติที่ถูกต้อง ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกที่ควรให้สมกับที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

           นอกจากนี้ พล.ท.บุญเยี่ยมฯ ยังได้แบ่งคุณลักษณะของทหารอาชีพออกเป็น 4 ประการไว้ใน เอกสารประกอบการบรรยายเรื่อง “บทบาทและอุดมการณ์ของทหารอาชีพ” ของโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ดังนี้

           (1) มีความสำนึกในการเป็นทหาร
           (2) ฝึกฝนตนเองให้มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง
           (3) มีความซื่อสัตย์สุจริต
           (4) ความกล้าหาญ

           พล.ท.บุญเยี่ยม ฯ ยังได้กล่าวถึงอุดมการณ์ของทหารอาชีพ ดังนี้

           (1) มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
           (2) มีความซื่อสัตย์ต่อหน่วย
           (3) มีความรับผิดชอบ และ
           (4) มีความเสียสละ

           นอกจากนี้ พล.ท.บุญเยี่ยม ฯ ยังได้กล่าวถึง บทบาทของทหารที่จะต้องแยกออกจากการเมืองโดยเด็ดขาด ทั้งนี้เพราะการเมืองจะทำให้เกียรติภูมิของทหารตกต่ำลง ทำให้ไม่มีศักดิ์ศรี

           ส่วน พล.อ.ท. มล. สุปรีชา กมลาศน์ ได้กล่าวถึงความเป็นทหารอาชีพในบทความที่ชื่อ คุณธรรมและจรรยาบรรณของทหารอาชีพ ไว้ว่า “อาชีพทหาร มีเอกลักษณ์พิเศษกว่าอาชีพอื่น ตรงที่ทหารเป็นกลุ่มชนที่ถืออาวุธ มีเครื่องแบบ มียศมีระบบอาวุโส รักหมู่รักคณะ และ มีวินัยที่เคร่งครัด แต่ที่เด่นชัดและเป็นที่เข้าใจกันดีว่า อาชีพอื่น อาจจะขายความคิด ขายวิชา ขายบริการ หรือ ขายความบันเทิง แต่ ทหารอาชีพนั้น ขายชีวิต ทหารอาชีพ ต่างจาก ทหารรับจ้าง ตรงที่ทหารอาชีพนั้นมีจรรยาบรรณถึงขั้นพลีชีพได้เมื่อชาติต้องการ ส่วน ทหารอาชีพ กับ คนที่มีอาชีพเป็นทหารก็เช่นกัน เขาอาจเชี่ยวชาญทั้งบู้และบุ๋น เป็นนักยุทธศาสตร์ชั้นยอด แต่ก็ไม่นับว่าเป็นทหารอาชีพ หากเขาผู้นั้นไร้ซึ่งจรรยาบรรณ”

           จากข้อความในข้างต้น ผมคิดว่าเรา ๆ ท่าน ๆ อาจจะเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นกับคำว่าทหารอาชีพ ถ้าทหารคนใดไม่มีความชำนาญในอาชีพของตน เช่น ทหารคนหนึ่งเป็นผู้บังคับหมวดทหารราบ แต่ไม่สามารถที่จะปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาภายในหมวด นำหมวดของตนเองเข้าทำการรบได้ แสดงว่าทหารคนนั้น ไม่ได้เป็นทหารอาชีพ

           นอกจากความชำนาญแล้ว สิ่งที่ตามมาคือ ความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ สิ่งนี้ทำให้ผมนึกไปถึง การประกอบอาชีพเสริม ของทหารนั้นอาจะส่งผลให้ปฏิบัติหน้าที่ ที่ต้องรับผิดชอบได้ไม่อย่างเต็มที่ เช่น ทหารคนหนึ่งใช้เวลาตอนเย็นขับรถแท็กซี่ เพื่อนำเงินมาส่งเป็นค่าเทอมการศึกษาของลูก เมื่อมีเหตุการณ์จำเป็น เช่น มีกรณีพิพาทตามแนวชายแดน แล้วหน่วยของตนเองจะต้องเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ที่เกิดปัญหา แล้วทหารคนนั้น อิด ๆ ออด ๆ หลีกเลี่ยงที่จะไปปฏิบัติหน้าที่นั้น หรือทหารคนใดที่ได้รับภารกิจให้ไปปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แต่หลีกเลี่ยงเนื่องจากตนเองเปิดร้านขายอาหารอยู่กรุงเทพเพราะไม่มีคนขาย เราถือว่าทหารคนนั้นไม่ได้เป็นทหารอาชีพ (แต่ก็มีคำถามว่าย้อนกลับว่า ถ้าไปแล้วไม่มีเงินส่งลูกเรียนแล้วจะทำอย่างไร เรื่องเหล่านี้คงจะกล่าวถึงในบทความต่อ ๆ ไป) ส่วนเรื่องของทหารมาเฟีย ผมคิดว่าเราคงไม่ต้องกล่าวถึงกันอยู่แล้ว เพราะว่า มีความประพฤติที่ไม่ถูกต้อง

           ไม่เพียงแต่ทหารอาชีพจะต้องมีความชำนาญในอาชีพของตน และความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ แล้วสิ่งที่สำคัญยิ่งที่จะคอยควบคุมและกำหนดให้ทหารคนนั้นเป็นทหารอาชีพนั้นคือ จรรยาบรรณของความเป็นทหาร ทั้งนี้เพราะจรรยาบรรณ จะหมายถึง ข้อพึงปฏิบัติหรือประมวลความประพฤติ ที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอาชีพกำหนดขึ้น เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของสมาชิก อาจเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้ ดังนั้น จรรยาบรรณของทหารน่าจะมีความหมายที่กระชับสั้นๆ คือ อาชีพที่พร้อมจะสละชีวิตและความสุขส่วนตัวเพื่อชาติ

           มาถึงตรงนี้ผมคิดว่าหลาย ๆ ท่านอาจจะเริ่มมองเห็นภาพชัดเจนขึ้นแล้วว่า การเป็นทหารอาชีพอาจจะไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายนัก เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจ และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ของการเป็นทหาร ความน่าเชื่อถือ ของประชาชนที่มีต่อสถาบันทหาร เขาเหล่านั้นมอบความไว้วางใจให้คนที่มีอาชีพเป็นทหาร ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะแวดล้อมปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลง ตามกระแสการถาโถม ทางวัฒนธรรม ค่านิยม ความคิด และ เทคโนโลยี ที่ล้วนแต่ส่งผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อม ไม่เฉพาะแต่ผู้ที่เป็นทหารเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีอาชีพทุกหมู่เหล่าอีกด้วย
เราคงต้องยอมรับกันว่าคุณภาพของกองทัพไทยในสายตาของประชาชนนั้น ได้ให้ความสำคัญกับความเป็นทหารอาชีพ ของทหารในกองทัพ ว่ามีมากน้อยเพียงไร ถ้าทหารส่วนใหญ่ในกองทัพมีระดับความเป็นทหารอาชีพที่สูงแล้ว กองทัพก็จะได้รับการยอมรับจากประชาชนมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นกองทัพเองจึงมีความจำเป็นต้องให้ความสนใจกับการที่จะสร้าง พัฒนา เลยไปถึงการเพิ่มขีดความสามารถของกำลังพล ให้มีระดับความเป็นทหารอาชีพที่สูง สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับกับภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นในทศวรรษนี้ และ ทศวรรษหน้า สิ่งที่เป็นคำถามตามมาก็คือแล้วเราจะสร้างทหารอาชีพกันอย่างไร ?

คัดลอกจาก บทความของ พ.อ.ดร.ธีรนันท์ นันทขว้าง

 
ปฏิทิน
April 2014
MTWTFSS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
ราคาน้ำมันวันนี้
ผู้เข้าชมเว็บไซต์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday12
mod_vvisit_counterYesterday23
mod_vvisit_counterThis week12
mod_vvisit_counterThis month390
mod_vvisit_counterAll37362